
ในยุคที่เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง Google Maps ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับอาชีพอย่างคนขับรถที่ต้องเดินทางอยู่เป็นประจำ ดังนั้นการใช้ Google Maps และฟีเจอร์ลับต่าง ๆ จะช่วยให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัยและประหยัดเวลา ดังนั้น ในบทความนี้ Sevenstars Driver จะมาบอกต่อฟีเจอร์ (ไม่) ลับ พร้อมสอนใช้ Google Maps ที่จะทำให้คุณกลายเป็นพนักงานขับรถมืออาชีพเลย
11 ฟีเจอร์ลับของ Google Maps มีอะไรบ้าง
Google Maps ไม่ได้มีดีแค่การนำทางจากจุด A ไปจุด B แต่ยังมีฟีเจอร์ซ่อนเร้นมากมายที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่คุณ ไม่ว่าจะเป็น
1. ปักหมุดจุด Stop ระหว่างทาง

เริ่มกันที่ฟีเจอร์แรกกับการปักหมุดบนโลเคชันที่คุณต้องการ จุดเด่นของฟีเจอร์นี้คือทำให้คุณสามารถกำหนดจุดแวะระหว่างทางได้ง่าย เพียงเลือกตำแหน่งบนแผนที่แล้วกดปักหมุด ระบบจะบันทึกตำแหน่งไว้ให้คุณ สามารถใช้เป็นจุดอ้างอิงในการวางแผนเส้นทางต่อไป ช่วยให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็น การขับรถไปส่งของหรือเข้าพบลูกค้า คุณสามารถบันทึกจุดที่ต้องแวะไว้ล่วงหน้า ทำให้ไม่ต้องเปิดแผนที่ซ้ำหลายครั้ง และสามารถกลับมาใช้แผนที่เดิมซ้ำได้ง่าย นี่ถือเป็นหนึ่งในวิธีการปักหมุดใน Google Maps ที่สะดวกและมีประโยชน์มากสำหรับทั้งนักเดินทางและพนักงานขับรถมืออาชีพ
วิธีใช้งานง่ายเพียงเลือกตำแหน่งบนแผนที่ที่ต้องการ แล้วกด “เพิ่มจุดแวะ” ระบบจะบันทึกตำแหน่งไว้ทันที คุณสามารถเรียกดูและวางแผนเส้นทางต่อไปได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การเดินทางไม่สะดุดและลดเวลาที่เสียไปกับการค้นหาตำแหน่งใหม่
2. ค้นหาจุดพักรถ
ในระหว่างการเดินทางไกล การหาจุดพักเพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าเป็นสิ่งสำคัญ เพียงแค่พิมพ์ “ปั๊มน้ำมัน” “ร้านอาหาร” หรือ “จุดพักรถ” Google Maps จะแสดงผลลัพธ์พร้อมระยะทางจากตำแหน่งปัจจุบันของคุณทันที ช่วยให้คุณบริหารเวลาและใช้เทคนิคการเตรียมความพร้อมก่อนขับรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับพนักงานขับรถหรือผู้ที่เดินทางไกลหลายชั่วโมง เพราะสามารถวางแผนจุดแวะเพื่อเติมน้ำมัน พักรับประทานอาหารหรือเข้าห้องน้ำได้ล่วงหน้า ทำให้การเดินทางสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น นอกจากนี้ Google Maps ยังสามารถแสดงรีวิว คะแนนและเวลาทำการของสถานที่ต่าง ๆ ช่วยให้คุณเลือกจุดพักที่ตรงกับความต้องการได้อย่างรวดเร็ว
3. ค้นหาจุดชาร์จรถ EV
สำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ฟีเจอร์นี้จะช่วยให้คุณค้นหาสถานีชาร์จที่ใกล้ที่สุดได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งยังบอกประเภทของหัวชาร์จและข้อมูลอื่น ๆ ที่จำเป็น เช่น จำนวนแท่นชาร์จ และระบบ Fast Charge เพียงแค่พิมพ์คำว่า “EV charging station” หรือ “สถานีชาร์จรถ EV” ระบบจะแสดงรายการสถานีชาร์จที่ใกล้ที่สุดพร้อมระยะทางจากตำแหน่งของคุณ เลือกสถานีที่ต้องการ ระบบจะแนะนำเส้นทางและเวลาที่ใช้ไปยังจุดนั้นได้
4. Live View นำทางด้วยเทคโนโลยี AR
สำหรับฟีเจอร์ Live View จะเหมาะสำหรับการเดินทางในพื้นที่ที่คุณไม่คุ้นเคย โดย Google Maps จะใช้เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) แสดงลูกศรและทิศทางซ้อนทับบนภาพจริงจากกล้องโทรศัพท์ของคุณ ทำให้การเดินนำทางง่ายและแม่นยำขึ้นมาก นอกจากนี้ Live View ยังช่วยให้คุณไม่หลงทางเมื่อต้องขึ้นลงซอยหรือแยกถนนหลายสาย คุณสามารถเห็นทิศทางจริงบนหน้าจอ และระยะทางระหว่างจุดหมายกับตำแหน่งปัจจุบันแบบเรียลไทม์ รวมถึงสามารถใช้ค้นหา Landmark หรือจุดสำคัญรอบตัว เช่น ร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน หรือสถานที่ท่องเที่ยว ทำให้ทั้งคนขับรถและนักเดินทางมือใหม่รู้สึกมั่นใจทุกครั้งที่เดินทาง
วิธีการใช้งานง่ายเพียงเปิด Google Maps เลือกเส้นทาง จากนั้นกดปุ่ม Live View ระบบจะแสดงลูกศรและข้อความแนะนำทิศทางซ้อนบนกล้องทันที ซึ่งเหมาะกับทั้งการเดินและการเตรียมเส้นทางก่อนขับรถ
5. Offline Maps
เมื่อต้องเดินทางในพื้นที่ที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่เสถียร คุณสามารถดาวน์โหลดแผนที่ของพื้นที่นั้น ๆ ล่วงหน้า เพื่อให้สามารถนำทางได้โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต โดยฟีเจอร์ Offline Maps นี้ จะช่วยให้คุณวางแผนเส้นทางล่วงหน้า ตรวจสอบระยะทางและค้นหาสถานที่สำคัญ เช่น ปั๊มน้ำมัน ร้านอาหาร หรือโรงแรม แม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรืออับสัญญาณก็ตาม นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดแบตเตอรี่และลดการใช้ดาต้า โดยเฉพาะสำหรับพนักงานขับรถที่ต้องเดินทางหลายเส้นทางต่อวัน
วิธีการใช้งานง่ายเพียงเปิด Google Maps เลือกพื้นที่ที่ต้องการดาวน์โหลด กดปุ่ม “ดาวน์โหลดแผนที่” และระบบจะจัดเก็บไว้ในเครื่อง คุณสามารถเรียกดูและนำทางแบบออฟไลน์ได้ทันที ทำให้ไม่พลาดเส้นทางสำคัญหรือสถานที่ที่ต้องแวะระหว่างทาง
6. Future Travel Times เช็กการสภาพจราจรก่อนออกเดินทาง
การวางแผนล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญ คุณสามารถเช็กสภาพการจราจรในช่วงเวลาที่คุณต้องการเดินทางในอนาคตได้ ฟีเจอร์นี้ช่วยให้คุณคาดการณ์และวางแผนเวลาได้อย่างแม่นยำ ซึ่ง Google Maps จะประมวลผลข้อมูลจราจรจากผู้ใช้งานจริงและประวัติการจราจรของแต่ละเส้นทาง ทำให้คุณเห็นภาพรวมว่าช่วงเวลาที่เลือกมีความหนาแน่นของรถมากน้อยเพียงใด นอกจากนี้ยังสามารถเลือกเวลาที่สะดวกที่สุดสำหรับการออกเดินทาง เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดและลดความเครียดจากการขับรถได้
ฟีเจอร์นี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับพนักงานขับรถ หรือคนที่ต้องเดินทางหลายจุดในวันเดียว สามารถวางแผนเส้นทางล่วงหน้า เลือกเวลาออกเดินทางที่เหมาะสม และคาดการณ์เวลาถึงปลายทางได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้การจัดการเวลางานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
7. บันทึกสถานที่ไว้ใน List ภายหลัง
คุณสามารถบันทึกสถานที่ที่คุณสนใจไว้ในรายการ (List) ส่วนตัว เช่น “ร้านอาหารโปรด” “ที่ทำงานของลูกค้า” หรือ “สถานที่ที่อยากไป” เพื่อให้ค้นหาและเข้าถึงได้ง่ายในภายหลัง อีกทั้งยังสามารถ “แชร์ List” กับคนอื่น ๆ ได้ ทำให้การเดินทางเป็นทีมง่ายขึ้น เช่น พนักงานขับรถสามารถเตรียมเส้นทางพร้อมแวะจุดสำคัญที่ลูกค้าต้องการไปได้อย่างรวดเร็วและไม่พลาดจุดสำคัญ
นอกจากนี้ ยังสามารถตั้งชื่อ List และเพิ่มคำอธิบายเพื่อจัดระเบียบสถานที่ต่าง ๆ ให้เหมาะกับการใช้งาน เช่น List สำหรับงานธุรกิจ List สำหรับท่องเที่ยว หรือ List สำหรับสถานที่ที่ต้องกลับไปบ่อย ๆ ซึ่งช่วยให้การวางแผนเส้นทางเป็นระบบและประหยัดเวลาได้
8. ช่วยจำที่จอดรถ
หากคุณจอดรถในบริเวณที่ไม่คุ้นเคย Google Maps สามารถช่วยบันทึกตำแหน่งที่จอดรถของคุณไว้ได้ เพียงแค่แตะที่จุดสีน้ำเงินแสดงตำแหน่งปัจจุบัน แล้วเลือก “บันทึกที่จอดรถ” ระบบจะทำเครื่องหมายไว้บนแผนที่ ทำให้คุณไม่ต้องกังวลว่าจะหารถไม่เจอ
ฟีเจอร์นี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ขับรถไปยังห้างสรรพสินค้า ตลาดหรือพื้นที่จอดรถขนาดใหญ่ ช่วยลดความเครียดและประหยัดเวลาในการหารถกลับ โดยคุณสามารถเพิ่มบันทึกเพิ่มเติม เช่น หมายเลขชั้นหรือโซนที่จอดรถ เพื่อให้กลับมาง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถแชร์ตำแหน่งที่จอดรถให้กับเพื่อนร่วมเดินทางได้ ช่วยให้การเดินทางเป็นสะดวกมากขึ้นเป็นเท่าตัว
9. แชร์ตำแหน่งปัจจุบันให้ผู้อื่น
คุณสามารถแชร์ตำแหน่งปัจจุบันของคุณแบบเรียลไทม์ให้กับคนอื่นได้ เพื่อให้พวกเขาทราบว่าคุณอยู่ที่ไหนและคาดว่าจะไปถึงเมื่อไหร่ ฟีเจอร์นี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในด้านความปลอดภัย และช่วยให้คนที่เกี่ยวข้องติดตามการเดินทางของคุณได้อย่างสะดวก
โดยวิธีใช้งานฟีเจอร์นี้ เปิด Google Maps แล้วแตะที่จุดสีน้ำเงินที่แสดงตำแหน่งปัจจุบัน จากนั้นเลือก “แชร์ตำแหน่ง” กำหนดระยะเวลาในการแชร์ และเลือกผู้รับจากรายชื่อผู้ติดต่อ ผู้รับก็จะสามารถเห็นตำแหน่งของคุณแบบเรียลไทม์ และสามารถติดตามเส้นทางจนถึงปลายทาง
10. Popular Times
ฟีเจอร์ Popular Times ช่วยให้คุณรู้ว่าช่วงเวลาใดของวันหรือวันใดของสัปดาห์ที่สถานที่นั้น ๆ มีคนพลุกพล่านมากที่สุด ทำให้คุณสามารถวางแผนเดินทางหรือแวะพักในเวลาที่เหมาะสม เพื่อลดความแออัดและประหยัดเวลา
วิธีใช้งานฟีเจอร์นี้บน Google Maps ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่ค้นหาสถานที่ที่ต้องการ จากนั้นก็เลื่อนลงไปดูกราฟ Popular Times ระบบจะแสดงช่วงเวลาที่มีคนเยอะที่สุดและเลือกเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเดินทาง เพื่อให้คุณสามารถใช้ข้อมูลนี้วางแผนเส้นทางล่วงหน้าได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
11. ค้นหา Tourist Place
ฟีเจอร์ค้นหา Tourist Place ช่วยให้คุณค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหรือจุดสนใจรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นวัด สวนสาธารณะ หรือพิพิธภัณฑ์ พร้อมข้อมูลรีวิว รูปภาพและระยะทางจากตำแหน่งปัจจุบัน ช่วยให้คนขับรถสามารถวางแผนเส้นทางและเวลาได้อย่างแม่นยำ ลดความสับสนและเพิ่มประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่นได้
เพียงแค่วิธีใช้งาน เพียงพิมพ์ประเภทของสถานที่ท่องเที่ยวหรือชื่อสถานที่ลงไปบนแถบค้นหา เลือกสถานที่จากผลลัพธ์ที่แสดง พร้อมดูรีวิวและรูปภาพประกอบ นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจสอบระยะทางและเวลาที่ใช้เดินทาง และสามารถบันทึกสถานที่ลงใน List หรือปักหมุดเพื่อวางแผนเส้นทางต่อไปได้
เคล็ดลับเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ Google Maps สำหรับพนักงานขับรถ
นอกเหนือจากฟีเจอร์ลับแล้ว การตั้งค่าบางอย่างยังช่วยให้ วิธีใช้ Google Maps ของคุณมีประสิทธิภาพสูงสุด เช่น
- ตั้งค่าบัญชี Google ให้ซิงก์ข้อมูลเส้นทางและที่อยู่โปรด ตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัญชี Google ของคุณซิงก์ข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ เพื่อให้เส้นทางหรือที่อยู่ที่บันทึกไว้ และสถานที่โปรดไม่สูญหาย ไม่ว่าคุณจะใช้มือถือหรือแท็บเล็ตก็สามารถดูข้อมูลที่บันทึกไว้ได้
- ใช้ Google Timeline ดูย้อนหลังเส้นทางที่เคยขับ Timeline หรือไทม์ไลน์ ช่วยให้คุณดูย้อนหลังเส้นทางที่เคยขับในแต่ละวันได้ ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับการบันทึกการเดินทาง คำนวณระยะทางหรือทบทวนเส้นทางที่ต้องการใช้ซ้ำ

สรุปบทความ
Google Maps เป็นมากกว่าแอปนำทาง แต่เป็นผู้ช่วยส่วนตัวในการเดินทางที่ชาญฉลาดมากเลยทีเดียว ยิ่งคุณสามารถใช้งานฟีเจอร์เหล่านี้ได้ ก็จะช่วยให้ทุกการเดินทางของคุณราบรื่นและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะผู้ที่ประกอบอาชีพพนักงานขับรถมืออาชีพ การนำฟีเจอร์เหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานก็จะช่วยให้คุณประหยัดเวลา ลดความเครียดและเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ได้เป็นอย่างดี
หากคุณกำลังมองหาอาชีพที่มั่นคงและรายได้ดี สมัครงานขับรถผู้บริหารเงินเดือน 30,000 กับ Sevenstars Driver ได้เลย ที่นี่คุณจะได้ใช้ทักษะการขับรถควบคู่กับเครื่องมือช่วยนำทางอย่าง Google Maps ทำงานอย่างมืออาชีพ และเติบโตไปพร้อมกับทีมงานที่สนับสนุนคุณเต็มที่แน่นอน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ปักหมุดใน Google Maps แล้วจะหายไหม?
ปักหมุดแบบชั่วคราว (Drop Pin) จะหายไปเมื่อคุณเริ่มการนำทางใหม่ แต่ถ้าคุณ “บันทึก” สถานที่นั้นไว้ใน List ส่วนตัว สถานที่นั้นจะถูกเก็บไว้ในบัญชี Google ของคุณและไม่หายไป
สามารถปักหมุดใน Google Map ได้สูงสุดกี่ที่?
ในแง่ของการนำทาง คุณสามารถเพิ่มจุดแวะพัก (Stop) ในเส้นทางเดียวได้สูงสุด 9 จุด นอกเหนือจากจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด
สามารถใช้ Google Maps โดยไม่ใช้อินเทอร์เน็ตได้ไหม?
ได้ คุณสามารถใช้ฟังก์ชันนำทางพื้นฐานและค้นหาสถานที่ได้ หากคุณได้ทำการดาวน์โหลดแผนที่ (Offline Maps) ของพื้นที่นั้น ๆ ไว้ล่วงหน้า
ถ้าเส้นทางมีการปิดถนน Google Maps จะอัปเดตไหม?
Google Maps จะอัปเดตข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์ รวมถึงการปิดถนน อุบัติเหตุและการก่อสร้าง โดยอาศัยข้อมูลจากผู้ใช้และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
Google Maps บอกทางผิด หรือพาไปทางอ้อม ควรทำอย่างไร?
หากพบว่าเส้นทางผิดพลาดหรือไม่มีประสิทธิภาพ คุณสามารถรายงานปัญหาดังกล่าวให้กับ Google Maps ได้โดยตรง เพื่อช่วยปรับปรุงความแม่นยำของแผนที่ในอนาคต




