
ปัจจุบันธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการตัดสินใจเลือกรูปแบบการจ้างงานที่เหมาะสมถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจ้างพนักงาน Outsourceหรือการมีทีมงาน Inhouse เป็นทางเลือกหลักที่ผู้ประกอบการต้องพิจารณา ซึ่งแต่ละแบบก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป การทำความเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่า การจ้างแบบใดที่ตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรคุณที่สุด บทความนี้ Sevenstars Driver จะพาไปเจาะลึกการจ้างงานทั้งสองรูปแบบ เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมและสามารถเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับธุรกิจของคุณที่สุด
Outsource คืออะไร
Outsource คือการว่าจ้างบุคคลภายนอกให้มาทำงานบางส่วน หรือทั้งหมดแทนพนักงานของบริษัท การทำงานแบบนี้มักเป็นการส่งต่องานที่ไม่ใช่งานหลัก (Non-core Business) ขององค์กร เช่น การบริการลูกค้า การทำบัญชี หรือแม้แต่การจัดหาพนักงานขับรถให้แก่ผู้บริหาร เป็นต้น เป้าหมายหลักของการจ้างพนักงาน Outsourceการลดภาระงาน เพิ่มความเชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ และลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
ข้อดีของการจ้าง Outsource
การตัดสินใจใช้จ้าง Outsource เป็นกลยุทธ์ที่สามารถสร้างผลประโยชน์ให้กับองค์กรได้หลายด้าน เช่น
- ความเชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ การจ้างพนักงาน Outsource เปิดทางให้องค์กรเข้าถึงบุคลากรที่ผ่านการเทรนเฉพาะทางมาแล้ว เช่น ทีมไอที ทีมดูแลออฟฟิศหรือแม้แต่พนักงานขับรถผู้บริหาร ทำให้ไม่ต้องเริ่มต้นเทรนใหม่ตั้งแต่ศูนย์ บริษัทจะคัดคนที่ผ่านมาตรฐานมาให้ทันที ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องคุณภาพของงาน และลดเวลาที่ต้องใช้ในการทำงานให้เข้าที่
- ลดต้นทุนคงที่ องค์กรไม่จำเป็นต้องรับพนักงานเข้าโครงสร้างเงินเดือนถาวร จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายประเภท Fixed Cost ได้มาก เช่น เงินเดือนประจำ สวัสดิการระยะยาว โบนัส หรือค่าดูแลบุคลากรอื่น ๆ การจ้างพนักงาน Outsource จึงตอบโจทย์ธุรกิจที่ต้องการควบคุมต้นทุนรายเดือนให้ชัดเจน
- ลดภาระค่าใช้จ่าย ไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการ เช่น ประกันสังคม ประกันสุขภาพ วันลา การอบรมพนักงาน ฯลฯ เป็นภาระที่องค์กรต้องรับหากจ้างพนักงานประจำ แต่เมื่อใช้ Outsource ค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะถูกดูแลโดยผู้ให้บริการแทน ทำให้ฝ่ายบุคคลไม่ต้องจัดสรรงบประมาณและเวลาบริหารงานส่วนนี้อีกต่อไป
- เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารทีม ช่วยให้องค์กรสามารถเพิ่ม–ลดจำนวนพนักงานได้ตามปริมาณงานจริง ไม่ว่าจะเป็นช่วงงานพุ่งสูงตามฤดูกาล การเปิดโปรเจกต์ใหม่หรือช่วงที่งานเบาลง การปรับกำลังคนทำได้ทันทีโดยไม่กระทบโครงสร้างองค์กรหลัก จึงเป็นรูปแบบที่หลายธุรกิจเลือกใช้เพื่อรักษาความคล่องตัวในการดำเนินงาน
ข้อเสียของการจ้าง Outsource
- ควบคุมงานได้ยากกว่า เพราะทีม Outsource ไม่ได้อยู่ในองค์กรเต็มเวลา การกำกับงานแบบใกล้ชิดหรือการปรับเปลี่ยนวิธีทำงานอาจทำได้ไม่รวดเร็วเท่าทีมภายใน
- ความล่าช้าในการสื่อสาร การประสานงานผ่านหลายชั้นอาจทำให้ข้อมูลตกหล่น ล่าช้าหรือเข้าใจไม่ตรงกันได้
- ความเสี่ยงด้านข้อมูลและความปลอดภัย การส่งข้อมูลบางส่วนออกนอกองค์กร เช่น เอกสารงานภายใน ข้อมูลผู้บริหารหรือข้อมูลลูกค้า อาจเพิ่มความเสี่ยงหากผู้ให้บริการไม่มีมาตรการด้านความปลอดภัยที่รัดกุมได้
- ขาดการพัฒนาทักษะภายในองค์กร เมื่อมอบงานให้ Outsource มากเกินไป ทีมงานภายในอาจไม่ได้เรียนรู้หรือพัฒนาทักษะในงานนั้น ส่งผลให้ระยะยาวองค์กรขาดคนที่มีความเชี่ยวชาญในด้านสำคัญ
- ความเสี่ยงจากผู้ให้บริการ หากบริษัท Outsource ไม่มีมาตรฐานหรือขาดความต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพงานและทำให้ธุรกิจขาดความมั่นคงในการดำเนินงาน

พนักงานประจำ (Inhouse) คืออะไร
Inhouse คือพนักงานที่เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรอย่างสมบูรณ์ มีสถานะเป็นพนักงานเต็มเวลา (Full-time Employee) ทำงานภายในสำนักงานหรือภายใต้การดูแลของบริษัทโดยตรง พวกเขาจะได้รับเงินเดือน และสวัสดิการตามกฎหมายและข้อกำหนดของบริษัท การจ้างงานพนักงานในรูปแบบพนักงานประจำนั้น จะช่วยสร้างความผูกพันและเข้าใจในวิสัยทัศน์และวัฒนธรรมขององค์กรได้อย่างลึกซึ้งกว่าอีกด้วย
ข้อดีของการจ้างพนักงานประจำ (Inhouse)
การมีพนักงาน Inhouse หรือพนักงานประจำถือเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานที่ต้องอาศัยความเข้าใจเชิงลึกและความต่อเนื่องในการทำงาน เช่น
- ควบคุมงานและคุณภาพได้ง่าย พนักงานประจำอยู่ภายใต้การบริหารจัดการโดยตรง ทำให้ผู้จัดการสามารถติดตามความคืบหน้า ตรวจสอบคุณภาพและแก้ไขปัญหาได้ทันที ซึ่งเหมาะกับงานที่ต้องการมาตรฐานสูงและลดความผิดพลาดในการทำงานได้
- การสื่อสารมีประสิทธิภาพ การทำงานร่วมกับทีมหลักโดยตรงช่วยให้การสื่อสารรวดเร็ว ลดความล่าช้า และเพิ่มความเข้าใจตรงกันระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ทำให้การตัดสินใจและการแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างราบรื่น
- ความภักดีต่อองค์กรสูง พนักงานประจำมักมีความผูกพันกับองค์กร ทำให้อุทิศเวลาและความสามารถเพื่อผลประโยชน์ระยะยาวของบริษัท
- เข้าใจผลิตภัณฑ์และบริการอย่างลึกซึ้งด้วยการทำงานระยะยาว พนักงาน Inhouse จะเข้าใจรายละเอียด กระบวนการ และแนวทางการทำงานของบริษัทอย่างครบถ้วน ทำให้งานที่ต้องความต่อเนื่องและรักษาความลับทางธุรกิจมีประสิทธิภาพสูง
- พัฒนาความรู้ภายในองค์กร การมีพนักงานประจำช่วยให้ความรู้และทักษะสะสมอยู่ภายในองค์กร ทำให้บริษัทสามารถสร้างทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และลดความเสี่ยงจากการขาดความสามารถในอนาคต
ข้อเสียของการจ้างพนักงานประจำ (Inhouse)
- ต้นทุนสูงกว่า ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการสรรหา เงินเดือน สวัสดิการและโบนัสประจำปี
- ความยืดหยุ่นต่ำ การปรับลดหรือเพิ่มจำนวนพนักงานตามความต้องการของงานทำได้ยากกว่าการจ้าง Outsource
- ภาระการจัดการทรัพยากรบุคคล (HR) สูง ครอบคลุมตั้งแต่การฝึกอบรม การประเมินผล ไปจนถึงการดูแลด้านกฎหมายแรงงาน
- ความเสี่ยงจากการลาออกหรือเปลี่ยนงาน หากพนักงานประจำลาออก อาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของงานและต้องใช้เวลาในการหาคนใหม่
- ต้องลงทุนในการพัฒนาทักษะ บริษัทต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและเวลาในการฝึกอบรมพนักงานให้มีความเชี่ยวชาญ
เปรียบเทียบ Outsource กับพนักงานประจำแบบชัด ๆ
เพื่อช่วยให้คุณเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น เราได้ทำการเปรียบเทียบรูปแบบการจ้างงานทั้งสองด้านในประเด็นสำคัญที่องค์กรมักนำมาพิจารณา

ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
การจ้างพนักงาน Outsource จะช่วยให้องค์กรของคุณสามารถเข้าถึงบุคลากรที่มีทักษะในระดับสูงได้อย่างรวดเร็วและทันที เพราะบริษัท Outsource คือแหล่งรวมของผู้เชี่ยวชาญที่ได้ทำงานนั้น ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้มีประสบการณ์และความชำนาญสูง
ในทางตรงกันข้าม การเลือกใช้พนักงาน Inhouse ในงานที่ต้องใช้ความชำนาญสูง อาจหมายถึงภาระค่าใช้จ่ายและเวลาที่ต้องลงทุนไปกับการจัดฝึกอบรมพนักงานให้มีทักษะถึงระดับที่ต้องการ ซึ่งอาจใช้เวลานานและไม่สามารถตอบโจทย์ความเร่งด่วนของงานได้เท่า Outsource
ต้นทุนในการจ้างงาน
ในเรื่องของต้นทุนในการจ้างงาน การใช้บริการ Outsource มีความยืดหยุ่นสูงกว่ามาก เนื่องจากค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ถูกจัดเป็นต้นทุนผันแปร (Variable Cost) องค์กรจะจ่ายก็ต่อเมื่องานนั้นสำเร็จหรือใช้บริการตามจริง ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายคงที่ เช่น เงินเดือนประจำ สวัสดิการและค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการบุคคลได้อย่างมาก
ในทางตรงกันข้าม การจ้างพนักงานประจำ แน่นอนว่าต้นทุนคงที่ก็จะสูงกว่า ทั้งในส่วนของเงินเดือนเต็มจำนวน และสวัสดิการต่าง ๆ ที่ต้องจ่ายอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม สำหรับงานที่มีลักษณะเป็นงานซ้ำ ๆ และต่อเนื่องในระยะยาว การลงทุนในบุคลากร Inhouse อาจสร้างความคุ้มค่าและควบคุมคุณภาพได้ดีกว่าในท้ายที่สุด
การบริหารจัดการ
สำหรับเรื่องการบริหารจัดการ การจ้าง Outsource จะช่วยลดภาระขององค์กรหลักได้อย่างมาก เพราการบริหารจัดการงานด้านทรัพยากรบุคคล (HR) และงานธุรการต่าง ๆ เช่น การสรรหา การจ่ายเงินเดือนและการดูแลสวัสดิการ จะเป็นความรับผิดชอบของบริษัท Outsource ทั้งหมด ทำให้ผู้บริหารขององค์กรสามารถใช้เวลาและทรัพยากรที่มีอยู่ไปมุ่งเน้นที่งานกลยุทธ์หลัก (Core Strategy) ของธุรกิจได้เต็มที่กว่า
ในขณะที่การจ้างพนักงานประจำ องค์กรจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ การบริหารจัดการ พนักงานทั้งหมดตั้งแต่กระบวนการเริ่มต้น (Recruitment) ไปจนถึงกระบวนการสิ้นสุดการจ้างงาน ซึ่งต้องใช้บุคลากรและระบบบริหารจัดการภายในที่แข็งแกร่งและครอบคลุม
ความยืดหยุ่นในการทำงาน
ด้านความยืดหยุ่นในการทำงาน การจ้างพนักงาน Outsource ถือว่ามีความได้เปรียบอย่างมาก เพราะองค์กรสามารถปรับเพิ่มหรือลดขนาดทีมงานได้ตามความต้องการที่ผันผวนได้อย่างรวดเร็ว เช่น การจ้างเฉพาะช่วงเวลาที่มีงานมาก หรือการว่าจ้างสำหรับโปรเจกต์พิเศษที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างคล่องตัวและประหยัดค่าใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น
แต่ในทางกลับกัน พนักงานประจำ ค่อนข้างที่จะมีความยืดหยุ่นที่ต่ำกว่า ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจปรับเปลี่ยนจำนวนพนักงาน เพิ่มหรือลด ทุกกระบวนการจำเป็นต้องผ่านกระบวนการทางทรัพยากรบุคคล (HR) ที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน ทำให้ไม่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจได้อย่างทันท่วงทีเท่าที่ควร
ทำไมหลายองค์กรควรจ้าง Outsource พนักงานขับรถ?
สำหรับหลายองค์กร งานขับรถไม่ได้ถือเป็นงานหลัก ดังนั้นการจ้างพนักงาน Outsource จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะบริษัท Outsource มีความเชี่ยวชาญในการคัดเลือก ดูแลและบริหารพนักงานขับรถโดยเฉพาะ พร้อมระบบตรวจสอบประวัติ การฝึกอบรมมารยาทการขับขี่และการจัดการกะเวลาที่เป็นมาตรฐาน ทำให้องค์กรมั่นใจได้ว่าจะได้พนักงานคุณภาพสูง ปลอดภัยและลดภาระในการจัดการเองได้
สำหรับองค์กรที่ต้องการความมั่นใจสูง Sevenstars Driver เป็นบริษัท Outsource จัดหาพนักงานขับรถ พร้อมความเชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ อีกทั้งยังมีระบบการคัดเลือกพนักงานขับรถ การฝึกอบรมและดูแลพนักงานอย่างมืออาชีพ ทำให้องค์กรสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น และมั่นใจได้ว่าจะได้พนักงานตรงตามมาตรฐานความปลอดภัยแน่นอน

สรุปบทความ
การเลือกจ้างพนักงาน Outsource หรือพนักงานประจำ (Inhouse) ขึ้นอยู่กับประเภทของงาน กลยุทธ์และงบประมาณขององค์กรคุณ หากคุณต้องการความยืดหยุ่น เข้าถึง ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและลดภาระงานบริหารทรัพยากรบุคคล การจ้าง Outsource คือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด แต่หากงานนั้นต้องการความลับ ความเข้าใจในวัฒนธรรมองค์กรสูง และการควบคุมที่เข้มงวด การจ้าง Inhouse ก็ย่อมดีกว่าอยู่แล้ว
ทั้งนี้ การผสมผสานการจ้างงานทั้งสองรูปแบบเข้าด้วยกันอย่างเหมาะสมจะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของธุรกิจในยุคปัจจุบันได้ สำหรับองค์กรไหนที่กำลังมองหาพนักงานขับรถให้ผู้บริหารต่างชาติ หรือผู้บริหารญี่ปุ่น Sevenstars Driver พร้อมให้บริการ พร้อมคนขับรถที่มีความเชี่ยวชาญ ช่วยให้คุณควบคุมค่าใช้จ่าย ลดภาระการบริหาร และมั่นใจได้ว่าพนักงานตรงตามมาตรฐานความปลอดภัยและมืออาชีพแน่นอน สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-096-2877
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
การจ้าง Outsource จะกระทบต่อความลับของบริษัทหรือไม่?
โดยทั่วไปแล้ว บริษัท Outsource ที่เป็นมืออาชีพจะมีมาตรการรักษาความลับที่เข้มงวด และมีการลงนามในข้อตกลงการรักษาความลับ (NDA) อย่างเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงาน ดังนั้น ความเสี่ยงจะขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือและมาตรการของบริษัทที่คุณเลือกจ้างเป็นสำคัญ
พนักงาน Outsource จะเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรของเราได้หรือไม่?
พนักงาน Outsource อาจไม่สามารถเข้าถึงวัฒนธรรมองค์กรได้ลึกซึ้งเท่าพนักงานประจำ (Inhouse) แต่สำหรับงานบริการที่ไม่ใช่งานหลัก เช่น พนักงานขับรถบริษัท Outsource ที่ดีจะมีการฝึกอบรมมารยาทและทัศนคติที่สอดคล้องกับมาตรฐานของลูกค้า ทำให้พวกเขาสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมืออาชีพและเข้ากับบรรยากาศการทำงานได้ดี
ควรเลือกจ้างพนักงาน Outsource หรือพนักงานประจำดี?
ควรพิจารณาจาก งานหลัก (Core Business) และงานสนับสนุน (Non-core Business) หากงานนั้นเป็น งานหลักที่สร้างรายได้และต้องการความลับ ควรใช้พนักงานประจำ แต่ถ้าเป็นงานสนับสนุนที่ต้องการความเชี่ยวชาญและต้องการควบคุมต้นทุนและการบริหารจัดการ เช่น คนขับรถ การจ้าง outsource จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า




