
เคยสงสัยกันไหมว่า การจะขับรถให้บริการคนอื่นแบบถูกกฎหมาย อย่างพี่ ๆ คนขับรถแท็กซี่หรือคนขับรถตู้โดยสาร เขาต้องใช้ใบขับขี่แบบไหน? ใบขับขี่ที่เราใช้กันขับรถส่วนตัวจะใช้ได้หรือเปล่า? ดังนั้น Sevenstars Driver จะพาทุกคนไปหาคำตอบกันแบบเคลียร์ ๆ ว่า ใบขับขี่สาธารณะ คืออะไรกันแน่ แล้วถ้ามีใบขับขี่สาธารณะแล้ว จะขับรถอะไรได้บ้าง พร้อมไขทุกข้อข้องใจว่ามันต่างจากใบขับขี่ทั่วไปที่เราคุ้นเคยกันอย่างไร ในบทความนี้ได้เลย
ใบขับขี่สาธารณะ คืออะไร
ใบขับขี่สาธารณะ หรือใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ คือเอกสารสำคัญสำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพขับรถยนต์เพื่อการขนส่งหรือรับจ้าง ไม่ว่าจะเป็นการรับส่งผู้โดยสารหรือขนส่งสินค้า ใบอนุญาตสำหรับคนขับรถที่ไม่ได้ขับเพื่อการส่วนตัว แต่ขับเพื่อหาเลี้ยงชีพนั่นเอง ใบขับขี่ประเภทนี้ออกโดยกรมการขนส่งทางบก เพื่อเป็นการยืนยันว่าผู้ถือบัตรมีความรู้ความสามารถในการขับขี่ที่ปลอดภัย และมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะให้บริการแก่ผู้อื่นได้
ใบขับขี่สาธาณณะ มีกี่ประเภท อะไรบ้าง
ใบขับขี่สาธารณะในประเทศไทยถูกแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามลักษณะการใช้งานของรถ ซึ่งแต่ละประเภทจะมีเงื่อนไข อายุผู้ขอรับใบอนุญาต และขอบเขตการใช้งานที่แตกต่างกันไป มาดูกันดีกว่าว่า ใบขับขี่สาธาณณะ มีประเภทไหนบ้าง ดังนี้

1. ใบอนุญาตขับรถยนต์
ใบขับขี่สำหรับผู้ที่ต้องการขับรถยนต์รับจ้างสาธารณะ เช่น แท็กซี่ รถตู้โดยสารหรือรถบริการต่าง ๆ ที่จดทะเบียนป้ายเหลือง โดยใบขับขี่ประเภท ท. (ทุกประเภท) จะมีอายุการใช้งาน 3 ปี และผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีอายุ 22 ปีขึ้นไป แบ่งย่อยได้ดังนี้
1.1 ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ (ท.1)
สำหรับขับรถยนต์บริการ (แท็กซี่) หรือรถตู้โดยสาร ที่มีผู้โดยสารไม่เกิน 7 คน
1.2 ใบอนุญาตขับรถทุกประเภท (ท.2)
สำหรับการขนส่ง ทั้งรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะขนาดใหญ่ เช่น รถบัส หรือรถบรรทุก 6 – 10 ล้อ
1.3 ใบอนุญาตขับรถทุกประเภท (ท.3)
สำหรับการขับรถพ่วง หรือรถหัวลาก ที่ใช้ในการขนส่งขนาดใหญ่
2. ใบขับขี่รถจักรยานยนต์
สำหรับผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือวินมอเตอร์ไซค์ จำเป็นจะต้องมีใบขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะโดยเฉพาะ ซึ่งจะอนุญาตให้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนเป็นป้ายเหลือง เพื่อรับส่งผู้โดยสารได้ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป และใบอนุญาตมีอายุ 3 ปี
3. ใบขับขี่รถยนต์สามล้อ
ผู้ที่ต้องการขับรถสามล้อรับจ้าง หรือรถตุ๊กตุ๊ก จำเป็นต้องมีใบขับขี่รถยนต์สามล้อสาธารณะ ซึ่งจะอนุญาตให้ขับขี่รถสามล้อที่จดทะเบียนป้ายเหลืองเพื่อการรับจ้างได้ โดยผู้ขอต้องมีอายุ 22 ปีขึ้นไป และใบอนุญาตมีอายุ 3 ปี
4. ใบขับขี่รถแทรกเตอร์ และรถบดถนน
เป็นใบอนุญาตสำหรับขับขี่รถที่ใช้ในการเกษตรกรรมหรือการก่อสร้างโดยเฉพาะ เช่น รถไถ รถแทรกเตอร์ หรือรถบดถนน ไม่สามารถนำไปขับขี่รถประเภทอื่นบนท้องถนนทั่วไป หรือใช้เพื่อการรับจ้างสาธารณะได้
5. ใบขับขี่รถระหว่างประเทศ
เอกสารที่ใช้แปลใบอนุญาตขับขี่ภายในประเทศให้เป็นที่ยอมรับในประเทศอื่น ๆ ตามอนุสัญญาว่าด้วยการจราจรทางถนนระหว่างประเทศ ไม่ใช่ใบขับขี่หลัก แต่เป็นเอกสารประกอบเพื่อใช้ขับขี่รถยนต์ส่วนตัวในต่างประเทศชั่วคราวเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการขับรถสาธารณะ
ใบขับขี่สาธารณะ ขับรถอะไรได้บ้าง
หากคุณสงสัยว่า ใบขับขี่สาธารณะ ขับรถอะไรได้บ้าง อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ คือใบอนุญาตประเภทนี้จะช่วยให้คุณสามารถขับขี่ยานพาหนะเพื่อใช้ในการรับจ้าง หรือให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารทั่วไปได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายครับ โดยครอบคลุมรถที่ใช้ในกิจการสาธารณะหลายรูปแบบ ได้แก่
- รถยนต์รับจ้างสาธารณะทั่วไป
- รถตู้โดยสาร สำหรับให้บริการสาธารณะ
- รถตุ๊กตุ๊ก
- รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
ใบขับขี่สาธารณะ มีอายุกี่ปี
ใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์สาธารณะ รถจักรยานยนต์สาธารณะ หรือรถยนต์สามล้อสาธารณะ จะมีอายุการใช้งาน 3 ปี ซึ่งจะแตกต่างจากใบขับขี่รถส่วนบุคคลทั่วไปที่จะมีอายุ 5 ปี เนื่องจากรถสาธารณะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้โดยสาร กฎหมายจึงกำหนดให้ต้องมีการต่ออายุและตรวจสอบประวัติอาชญากรรม รวมถึงสมรรถภาพร่างกายที่บ่อยกว่าครับ
ใบขับขี่สาธารณะ แตกต่างจากใบขับขี่ทั่วไปอย่างไรบ้าง
หลายคนอาจจะยังสับสนว่าใบขับขี่สาธารณะกับใบขับขี่ส่วนบุคคล มันต่างกันตรงไหน Sevenstars Driver สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ได้ดังนี้
| หัวข้อ | ใบขับขี่ส่วนบุคคล | ใบขับขี่สาธารณะ |
| วัตถุประสงค์ | ใช้สำหรับขับขี่รถยนต์ส่วนตัว ไม่ใช้เพื่อการรับจ้าง | ใช้สำหรับประกอบอาชีพขับรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสารหรือสินค้า |
| ประเภทรถที่ขับได้ | ขับได้เฉพาะรถยนต์ส่วนบุคคลตามประเภทที่ระบุ | ขับได้ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล และรถยนต์สาธารณะตามประเภทใบอนุญาต |
| คุณสมบัติ | มีความเข้มงวดน้อยกว่า | มีเงื่อนไขและคุณสมบัติที่เข้มงวดกว่า เช่น ต้องมีใบขับขี่ส่วนบุคคลมาก่อน, ต้องไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมร้ายแรง |
| อายุใบขับขี่ | ใบแรกมีอายุ 2 ปี ต่อไปเป็น 5 ปี | มีอายุ 3 ปี |
| ขั้นตอนการทำ | อบรม, ทดสอบสมรรถภาพ, สอบข้อเขียน, สอบปฏิบัติ | ขั้นตอนคล้ายกัน แต่มีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมเพิ่มเติม และมีเนื้อหาการอบรมที่เข้มข้นกว่า |
คุณสมบัติของผู้ทำใบขับขี่สาธารณะ
- ต้องได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลหรือใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
- ต้องมีสัญชาติไทย
- ผู้ขอทำใบขับขี่รถยนต์สาธารณะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 22 ปีบริบูรณ์
- ผู้ขอทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะ หรือรถยนต์สามล้อสาธารณะ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
- มีความรู้ความสามารถในการขับรถเป็นอย่างดี
- ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถขับรถได้
- ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน
- ไม่มีโรคประจำตัวที่อาจเป็นอันตรายขณะขับรถ
- ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกยึดหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ
- ต้องไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ หรือถูกเจ้าพนักงานเปรียบเทียบปรับตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป ในความผิดเกี่ยวกับการขับรถอย่างใดอย่างหนึ่ง เว้นแต่จะพ้นโทษครั้งสุดท้ายมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน
เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการทำใบขับขี่สาธารณะ
- บัตรประชาชนฉบับจริง
- ใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล (ที่มีอายุไม่น้อยกว่า 1 ปี) ฉบับจริง พร้อมสำเนา
- ใบรับรองแพทย์ (อายุไม่เกิน 1 เดือน) ตามรูปแบบมาตรฐานของแพทยสภา
- รูปถ่ายขนาด 2.5 x 3 เซนติเมตร จำนวน 3 รูป (สำหรับใบขับขี่รถยนต์สามล้อสาธารณะ และรถจักรยานยนต์สาธารณะ)
6 ขั้นตอนสำหรับการทำใบขับขี่สาธารณะ
เมื่อคุณสมบัติและเอกสารพร้อมแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการยื่นขอทำใบขับขี่ ซึ่งมี 6 ขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้
1. อบรมภาคทฤษฎีผ่านระบบออนไลน์
เริ่มต้นด้วยการเข้าไปลงทะเบียนที่เว็บไซต์ DLT e-Learning (https://www.dlt-elearning.com) เพื่อดูวิดีโออบรม โดยจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง โดยเนื้อหาจะประกอบได้ด้วย
- ข้อบังคับทางกฎหมาย
- ข้อมูลเส้นทางท่องเที่ยว
- ภาษาอังกฤษเบื้องต้นสำหรับงานบริการ
- การให้บริการที่ดี
จากนั้นเมื่อดูครบตามเวลากำหนด ระบบจะออก QR Code ให้บันทึกเก็บไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งจะมีอายุการใช้งาน 180 วัน
2. จองคิวออนไลน์สำหรับเข้ารับการทดสอบ
เพื่อความรวดเร็ว คุณสามารถต้องจองคิวล่วงหน้าผ่านทางเว็บไซต์ (https://gecc.dlt.go.th) หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue จากนั้นเลือกระบุประเภทของใบอนุญาตที่ต้องการทำ พร้อมระบุสาขา วัน และเวลาที่สะดวก หลังจากนั้นจะได้รับ QR Code เพื่อใช้ยืนยันตัวตนในวันนัดหมาย
3. เตรียมเอกสารให้พร้อม
ก่อนจะถึงวันนัดหมาย แนะนำให้เตรียมเอกสารสำคัญที่ต้องใช้ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ให้ครบถ้วน โดยเอกสารที่ต้องใช้จะประกอบไปด้วย
- บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง (ที่ยังไม่หมดอายุ)
- ใบขับขี่รถส่วนบุคคล (ที่ยังไม่หมดอายุ)
- ใบรับรองแพทย์ฉบับมาตรฐาน (ออกให้ไม่เกิน 30 วันนับถึงวันสอบ)
- หลักฐาน QR Code ที่ยืนยันว่าผ่านการอบรมออนไลน์มาแล้ว
4. ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ข้อเขียนและปฏิบัติ
ในขั้นตอนนี้จะเป็นการประเมินความพร้อมของผู้ขับขี่อย่างเต็มรูปแบบ โดยการทดสอบจะแบ่งออกได้ ดังนี้
- ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ตรวจเช็กตาบอดสี การมองเห็น และความไวของปฏิกิริยาเท้าในการเหยียบเบรก
- สอบภาคทฤษฎี (ข้อเขียน) ต้องทำคะแนนให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานสูงถึง 90%
- สอบภาคปฏิบัติ เป็นการทดสอบขับรถจริงในสนาม
และเมื่อสอบผ่านครบทุกด่าน เจ้าหน้าที่จะออกหนังสือขอตรวจประวัติอาชญากรรม และเอกสารรับรองการผ่านอบรมมาให้ เพื่อดำเนินการต่อในขั้นตอนถัดไป
5. ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม
นำหนังสือที่ได้จากขนส่งไปยื่นเพื่อเช็กประวัติ โดยมีค่าธรรมเนียมดำเนินการ 100 บาท และต้องรอผลประมาณ 2 – 3 สัปดาห์ ทั้งนี้ สามารถติดต่อยื่นเรื่องได้ที่
- ผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ สามารถติดต่อยื่นเรื่องได้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (เขตปทุมวัน)
- ผู้ที่อยู่ต่างจังหวัด สามารถติดต่อยื่นเรื่องได้ที่สถานีตำรวจ หรือศูนย์พิสูจน์หลักฐานในพื้นที่ของคุณ
6. รอรับใบขับขี่
เมื่อได้รับหนังสือรับรองผลการตรวจประวัติอาชญากรรมเรียบร้อยแล้ว ให้นำเอกสารดังกล่าวกลับไปยื่นที่กรมการขนส่งทางบกอีกครั้ง เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการถ่ายรูปติดบัตร ชำระค่าธรรมเนียมจำนวน 305 บาท และรอรับใบขับขี่สาธารณะใบใหม่ไปใช้ประกอบอาชีพได้เลย
ทำใบขับขี่สาธารณะ มีค่าธรรมเนียมกี่บาท
ค่าใช้จ่ายในการทำใบขับขี่สาธารณะ สำหรับค่าธรรมเนียมการออกใบขับขี่สาธารณะที่กรมการขนส่งทางบกนั้น จะอยู่ที่ 305 บาท อย่างไรก็ตาม ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มเติมอีก 100 บาท สำหรับค่าตรวจประวัติอาชญากรรม รวมทั้งค่าตรวจสุขภาพจากสถานพยาบาลอีกประมาณ 100 บาท

สรุปบทความ
ใบขับขี่สาธารณะเป็นมากกว่าใบอนุญาตขับขี่ทั่วไป เพราะมันคือเครื่องหมายแสดงความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่น ๆ ผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้ได้จึงต้องผ่านการคัดกรองคุณสมบัติ การตรวจสอบประวัติ และการทดสอบที่เข้มข้นกว่าปกติ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าพร้อมที่จะให้บริการได้อย่างมีคุณภาพและปลอดภัยสูงสุด ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้คือมาตรฐานสำคัญที่องค์กรชั้นนำมองหา และเป็นหัวใจของบริการพนักงานขับรถผู้บริหารจาก Sevenstars Driver ที่คัดสรรเฉพาะผู้ขับขี่มืออาชีพที่ผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพื่อมอบความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวระดับสูงสุดให้กับผู้บริหาร
และสำหรับใครที่สนใจงานขับรถผู้บริหาร ก็อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมทั้งคุณสมบัติและเอกสาร แล้วทำตามขั้นตอนให้ถูกต้อง เพื่อให้การขับขี่สร้างรายได้ของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกกฎหมาย พร้อมก้าวสู่การเป็นบุคลากรคนสำคัญที่ทุกองค์กรชั้นนำต้องการ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับใบขับขี่สาธารณะ
ไม่มีใบขับขี่ส่วนบุคคล สามารถทำใบขับขี่สาธารณะได้เลยหรือไม่?
ไม่ได้ ตามกฎหมายกำหนด ผู้ที่จะทำใบขับขี่สาธารณะได้ จะต้องมีใบขับขี่ส่วนบุคคลมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ปี
ใบขับขี่สาธารณะมีอายุกี่ปี และต้องต่ออายุเมื่อไหร่?
ใบขับขี่สาธารณะมีอายุ 3 ปี และสามารถต่ออายุล่วงหน้าได้ไม่เกิน 6 เดือนก่อนวันหมดอายุ
หากต้องการต่ออายุใบขับขี่สาธารณะ ต้องอบรมใหม่หรือไม่?
จำเป็นต้องเข้ารับการอบรมอีกครั้ง แต่จะใช้ระยะเวลาอบรมน้อยกว่าการทำใบขับขี่ครั้งแรก
ค่าธรรมเนียมในการทำใบขับขี่สาธารณะเท่าไหร่?
ค่าธรรมเนียมจะแตกต่างกันไปตามประเภทของใบขับขี่ โดยปกติจะรวมค่าคำขอ ค่าใบอนุญาตและค่าถ่ายรูปพิมพ์บัตร
ใบขับขี่สาธารณะสามารถทําที่ต่างจังหวัดได้ไหม?
สามารถทำได้ โดยผู้ขอใบขับขี่สาธารณะสามารถยื่นเรื่องที่สำนักงานขนส่งทางบกในจังหวัดใดก็ได้ทั่วประเทศ
ใบขับขี่สาธารณะต้องพ้นโทษกี่ปี?
ตามหลักเกณฑ์ของกรมการขนส่งทางบก ผู้ที่เคยต้องโทษในคดีร้ายแรงบางประเภท เช่น คดียาเสพติดหรือคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของสังคม จะต้องพ้นโทษมาแล้วอย่างน้อย 3 เดือน ถึง 3 ปี จึงจะสามารถยื่นขอใบขับขี่สาธารณะได้ ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ขับขี่มีความเหมาะสม มีความรับผิดชอบ และสามารถให้บริการผู้โดยสารหรือสังคมได้อย่างปลอดภัย





