โทรหาเราเพื่อรับบริการที่รวดเร็วที่สุด

02-096-2877

Latest News on COVID-19
Read More

เช็กค่าทางด่วนทั่วไทย อัปเดต 2569 ช่วยวางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้น! 

มีนาคม 10, 2026
เช็กค่าทางด่วนทั่วไทย

การเดินทางในยุคปัจจุบันที่เร่งรีบ การใช้ทางพิเศษหรือทางด่วนกลายเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างรวดเร็ว และหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัด โดยเฉพาะในปี 2569 ที่มีการเปิดเส้นทางใหม่ ๆ และมีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานหลายจุด การอัปเดตข้อมูลและเช็กค่าทางด่วนล่วงหน้า จะช่วยให้ผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถวางแผนการเดินทาง คำนวณค่าใช้จ่าย และบริหารเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น บทความนี้ Sevenstars Driver จึงได้รวบรวมอัตราค่าทางด่วนทั่วไทยมาให้ครบจบในที่เดียว

ค่าทางด่วน (Toll Rates) คืออะไร 

ค่าทางด่วน (Toll Rates) คือค่าธรรมเนียมที่ผู้ใช้ยานพาหนะต้องชำระ เมื่อขับขี่เข้าใช้บริการโครงข่ายถนนที่ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งครอบคลุมทั้งทางพิเศษยกระดับและทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway) โดยรายได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมเหล่านี้ จะถูกนำไปใช้เป็นทุนในการบริหารจัดการ บำรุงรักษาพื้นผิวจราจร อำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัย และนำไปลงทุนสร้างเส้นทางใหม่ ๆ เพื่อรองรับปริมาณการจราจรในอนาคต 

ทำไมต้องจ่ายทางด่วน 

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมเราถึงต้องยอมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อใช้ถนน ทั้งที่มีถนนปกติให้ใช้งาน เหตุผลหลักคือทางด่วนถูกออกแบบมาให้ไม่มีจุดตัดทางแยก ไม่มีสัญญาณไฟจราจร และมีการจำกัดประเภทของรถบางชนิด ทำให้สามารถทำความเร็วได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัยกว่า นอกจากนี้ ยังช่วยร่นระยะเวลาในการเดินทางได้อย่างมหาศาล ซึ่งสำหรับคนวัยทำงานหรือนักธุรกิจ เวลาที่ประหยัดได้นั้นมีมูลค่ามากกว่าค่าธรรมเนียมที่เสียไปอย่างแน่นอน 

อัปเดต! อัตราค่าทางด่วนและค่าผ่านทาง ปี 2569 

มาเช็กอัตราค่าผ่านทางของแต่ละสายที่อัปเดตล่าสุดในปี 2569 กันดีกว่าว่า จะต้องเตรียมค่าใช้จ่ายไว้ประมาณเท่าไหร่บ้างในแต่ละเส้นทาง

ทางด่วนประเทศไทย

ทางพิเศษเฉลิมมหานคร 

ทางด่วนสายแรกของประเทศไทย ประกอบด้วยสายดินแดง-ท่าเรือ, สายบางนา-ท่าเรือ และสายดาวคะนอง-ท่าเรือ โดยใช้ระบบเก็บเงินแบบอัตราเดียว (Flat Rate) ซึ่งอัตราค่าผ่านทางมีการแบ่งตามประเภทของรถ ดังนี้

  • รถยนต์ 4 ล้อ 50 บาท 
  • รถยนต์ 6 – 10 ล้อ 75 บาท
  • รถยนต์มากกว่า 10 ล้อ 110 บาท

ทางพิเศษศรีรัช 

ทางด่วนสายสำคัญที่ครอบคลุมพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ เชื่อมต่อพื้นที่เศรษฐกิจและย่านที่อยู่อาศัย เป็นระบบเก็บเงินแบบอัตราเดียวในแต่ละด่าน บางด่านอาจมีการคิดค่าธรรมเนียมเชื่อมต่อเพิ่มเติม 

  • รถยนต์ 4 ล้อ 50 บาท 
  • รถยนต์ 6 – 10 ล้อ 75 บาท
  • รถยนต์มากกว่า 10 ล้อ 110 บาท 

ทางพิเศษฉลองรัช 

ทางด่วนสายนี้แบ่งออกเป็น 2 ช่วงหลักที่เชื่อมต่อจากใจกลางเมืองไปยังโซนกรุงเทพฯ ตะวันออกและตอนเหนือ 

  • รามอินทรา – อาจณรงค์ เชื่อมจากอาจณรงค์วิ่งยาวไปจนถึงถนนรามอินทรา
    • รถยนต์ 4 ล้อ 40 บาท 
    • รถยนต์ 6 – 10 ล้อ 60 บาท 
    • รถยนต์มากกว่า 10 ล้อ 80 บาท
  • รามอินทรา–วงแหวนรอบนอก ส่วนต่อขยายที่วิ่งจากรามอินทราไปเชื่อมต่อกับถนนวงแหวนรอบนอกด้านตะวันออก
    • รถยนต์ 4 ล้อ 20 บาท 
    • รถยนต์ 6 – 10 ล้อ 30 บาท 
    • รถยนต์มากกว่า 10 ล้อ 40 บาท

ทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา – ชลบุรี) 

ทางยกระดับสายยาวที่เชื่อมระหว่างกรุงเทพฯ กับภาคตะวันออก ใช้ระบบเก็บเงินตามระยะทางที่วิ่งจริง 

  • รถยนต์ 4 ล้อ เริ่มต้น 20 บาท สูงสุด 55 บาท 
  • รถยนต์ 6 – 10 ล้อ เริ่มต้น 50 บาท สูงสุด 145 บาท 
  • รถยนต์มากกว่า 10 ล้อ เริ่มต้น 75 บาท สูงสุด 220 บาท

ทางพิเศษอุดรรัถยา (บางปะอิน – ปากเกร็ด) 

ทางด่วนสายเหนือที่มุ่งหน้าไปยังปทุมธานีและอยุธยา แบ่งการเก็บค่าผ่านทางเป็น 2 ระยะ รวมตลอดสายจะมีอัตราดังนี้ 

  • รถยนต์ 4 ล้อ เริ่มต้น 40 บาท สูงสุด 55 บาท 
  • รถยนต์ 6 – 10 ล้อ เริ่มต้น 55 บาท สูงสุด 75 บาท 
  • รถยนต์มากกว่า 10 ล้อ เริ่มต้น 80 บาท สูงสุด 105 บาท

ทางพิเศษสาย S1 (บางนา-อาจณรงค์) 

เส้นทางสั้นๆ ที่เชื่อมต่อระหว่างทางพิเศษเฉลิมมหานครกับทางพิเศษบูรพาวิถี อัตราค่าผ่านทางมีดังนี้ 

  • รถยนต์ 4 ล้อ 40 บาท 
  • รถยนต์ 6 – 10 ล้อ 60 บาท 
  • รถยนต์มากกว่า 10 ล้อ 80 บาท 

ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี – สุขสวัสดิ์) 

ทางด่วนสายใต้ที่เชื่อมโยงระหว่างสมุทรปราการและกรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรี ใช้ระบบเก็บเงินตามระยะทาง ดังนี้

  • รถยนต์ 4 ล้อ เริ่มต้น 15 บาท สูงสุด 55 บาท 
  • รถยนต์ 6 – 10 ล้อ เริ่มต้น 25 บาท สูงสุด 110 บาท 
  • รถยนต์มากกว่า 10 ล้อ เริ่มต้น 35 บาท สูงสุด 165 บาท

ทางด่วนประจิมรัถยา 

ทางด่วนสายใหม่ที่ช่วยระบายรถจากฝั่งธนบุรีและกรุงเทพฯ ตะวันตก แบ่งการให้บริการเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่ ศรีรัช–วงแหวน และหมอชิต–วงแหวน อัตราค่าผ่านทางมีดังนี้ 

  • รถยนต์ 4 ล้อ 65 บาท 
  • รถยนต์ 6 – 10 ล้อ 105 บาท 
  • รถยนต์มากกว่า 10 ล้อ 150 บาท

ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (กรุงเทพฯ − บ้านฉาง) 

มอเตอร์เวย์สายหลักที่พาเดินทางสู่ภาคตะวันออก พัทยา และระยอง เก็บค่าผ่านทางตามระบบปิด โดยจะคิดตามระยะทาง อัตราวิ่งตลอดสาย ดังนี้ 

  • รถยนต์ 4 ล้อ สูงสุด 130 บาท 
  • รถยนต์ 6 – 10 ล้อ สูงสุด 210 บาท 
  • รถยนต์มากกว่า 10 ล้อ สูงสุด 320 บาท

ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 (ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ) 

มอเตอร์เวย์ช่วงบางปะอิน-บางพลี (วงแหวนตะวันออก) มีด่านเก็บเงินหลัก 2 ด่าน คือด่านธัญบุรี และด่านทับช้าง อัตราค่าผ่านทางจะเป็นราคาต่อ 1 ด่าน ดังนี้

  • รถยนต์ 4 ล้อ 30 บาท (วิ่งผ่าน 2 ด่านรวม 60 บาท) 
  • รถยนต์ 6 – 10 ล้อ 50 บาท (วิ่งผ่าน 2 ด่านรวม 100 บาท) 
  • รถยนต์มากกว่า 10 ล้อ 70 บาท (วิ่งผ่าน 2 ด่านรวม 140 บาท) 

ทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 (มอเตอร์เวย์บางใหญ่−กาญจนบุรี)

เส้นทางใหม่ล่าสุดที่เปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2569 ช่วยร่นเวลาเดินทางสู่ภาคตะวันตกได้อย่างมาก โดยจะเก็บค่าทางด่วนตามระยะทาง ดังนี้

  • รถยนต์ 4 ล้อ สูงสุดประมาณ 150 บาท 
  • รถยนต์ 6 – 10 ล้อ สูงสุดประมาณ 240 บาท 
  • รถยนต์มากกว่า 10 ล้อ สูงสุดประมาณ 350 บาท 

ทางหลวงพิเศษหมายเลข 5 (ทางยกระดับอนุสรณ์สถานแห่งชาติ – รังสิต) 

ส่วนต่อขยายที่ช่วยระบายการจราจรบนถนนพหลโยธินช่วงรังสิต-ปทุมธานี มุ่งหน้าสู่ภาคกลางตอนล่างและอยุธยา โดยมีอัตราค่าผ่านทางแบ่งตามประเภทรถ ดังนี้ 

  • รถยนต์ 4 ล้อ 35 บาท 
  • รถยนต์ 6 – 10 ล้อ 50 บาท 
  • รถยนต์มากกว่า 10 ล้อ 70 บาท

ทางยกระดับอุตราภิมุข 

ทางด่วนหลักเส้นวิภาวดีรังสิต แบ่งการเก็บเงินเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงดินแดง-ดอนเมือง และช่วงดอนเมือง-อนุสรณ์สถาน อัตราตลอดสายรวม 2 ช่วง จะเป็นดังนี้ 

  • รถยนต์ 4 ล้อ 130 บาท
  • รถยนต์มากกว่า 4 ล้อขึ้นไป 170 บาท

แชร์ทริก! ประหยัดค่าทางด่วนสำหรับทุกการเดินทาง 

การใช้ทางด่วนให้คุ้มค่า ไม่ได้หมายถึงการจ่ายแพงเสมอไป Sevenstars Driver เลยขอมาแชร์ทริกเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะช่วยให้ประหยัดค่าเดินทางได้ ดังนี้ 

  • Easy Pass หรือ M-PASS การใช้บัตรทางด่วนอัตโนมัติ นอกจากจะช่วยประหยัดเวลาหน้าด่านแล้ว บ่อยครั้งยังมีการสะสมแต้มหรือรับสิทธิพิเศษคืนเงินจากแคมเปญต่างๆ 
  • วางแผนเส้นทางให้คุ้มค่าที่สุด บางครั้งการใช้ทางด่วนเพียงแค่ช่วงสั้น ๆ เพื่อข้ามจุดที่รถติดหนัก แล้วค่อยลงมาวิ่งถนนปกติก็ช่วยประหยัดค่าทางด่วนไปได้มาก 
  • โปรโมชั่นบัตรเครดิต หมั่นเช็กโปรโมชั่นบัตรเครดิตที่ร่วมรายการเติมเงิน Easy Pass ซึ่งมักจะมีเครดิตเงินคืน (Cashback) ให้อยู่เสมอ 

ทำไมค่าทางด่วนจึงมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอด?

ปัจจัยหลักที่ทำให้ค่าผ่านทางต้องมีการปรับขึ้น หรือลงตามรอบสัญญาสัมปทาน มาจากสภาวะเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ รวมถึงต้นทุนในการบำรุงรักษาถนนและระบบจัดเก็บค่าผ่านทางที่สูงขึ้นในทุก ๆ ปี นอกจากนี้ การลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่ การขยายเส้นทาง และการนำเทคโนโลยี M-Flow มาใช้ ก็เป็นต้นทุนที่หน่วยงานรัฐและเอกชนต้องนำมาคำนวณเพื่อปรับโครงสร้างราคาให้สอดคล้องกัน

วิธีเช็กค่าทางด่วนแบบง่าย ๆ ก่อนเดินทาง 

การเตรียมตัวก่อนเดินทางทำได้ง่ายมาก เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน EXAT Portal ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือแอป M-Pass ของกรมทางหลวง ก็สามารถเช็กอัตราค่าบริการ ค้นหาเส้นทาง และดูจุดขึ้นลงทางด่วนได้ทันที หรือจะใช้ Google Maps ที่มีฟีเจอร์คำนวณเส้นทางที่มีด่านเก็บเงินพร้อมประเมินค่าใช้จ่ายเบื้องต้นให้ดูก็สะดวกไม่แพ้กัน 

เตรียมพร้อมทุกเส้น

เตรียมพร้อมทุกเส้นทางขับขี่อย่างมั่นใจและคุ้มค่ากับพนักงานขับรถ Sevenstars Driver

การขับรถในเมืองหรือเดินทางข้ามจังหวัด นอกจากจะต้องรู้เส้นทางและอัปเดตค่าใช้จ่ายอย่างแม่นยำแล้ว ทักษะการขับขี่ที่ปลอดภัยก็เป็นสิ่งสำคัญ หากองค์กรหรือผู้บริหารท่านใดกำลังมองหาพนักงานขับรถมืออาชีพที่เชี่ยวชาญทุกเส้นทาง Sevenstars Driver มีบริการจัดหาพนักงานขับรถคุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ 

และสำหรับใครที่มีใจรักบริการ เชี่ยวชาญเส้นทาง อยากเติบโตในสายอาชีพนี้และกำลังมองหางานขับรถผู้บริหาร สามารถเข้ามาสมัครงานขับรถผู้บริหารกับเราได้เลย! เพื่อก้าวเข้าสู่การทำงานที่มีมาตรฐานและความมั่นคงไปพร้อมกัน 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 

ค่าทางด่วนคิดตามระยะทางหรือด่านขึ้นลง? 

ขึ้นอยู่กับประเภทของทางด่วน หากเป็นทางพิเศษในเมือง มักจะเก็บอัตราเดียว (Flat Rate) ที่ด่านทางเข้า แต่หากเป็นทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway) หรือทางด่วนสายรอบนอกจะเป็นระบบปิดที่รับบัตรต้นทางและจ่ายเงินปลายทาง ซึ่งจะคิดค่าบริการตามระยะทางที่ใช้งานจริง 

ต้องจ่ายค่าผ่านทางเท่าไหร่สำหรับรถแต่ละประเภท? 

อัตราค่าธรรมเนียมจะแบ่งตามจำนวนล้อของยานพาหนะ โดยปกติจะแบ่งเป็น 3 อัตรา ได้แก่ รถ 4 ล้อ (รถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไป), รถ 6-10 ล้อ และ รถมากกว่า 10 ล้อขึ้นไป ยิ่งรถมีขนาดใหญ่และมีจำนวนล้อมาก ค่าผ่านทางก็จะสูงขึ้นตามลำดับ เพื่อสะท้อนถึงน้ำหนักที่กดทับลงบนพื้นผิวถนน 

สามารถตรวจสอบค่าทางด่วนล่วงหน้าได้อย่างไร?

ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบค่าบริการล่วงหน้าได้ผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการ เช่น EXAT Portal (สำหรับการทางพิเศษฯ) และ M-Flow หรือ M-Pass App (สำหรับกรมทางหลวง) รวมถึงสายด่วน EXAT Call Center โทร. 1543 และสายด่วนมอเตอร์เวย์ 1586 ตลอด 24 ชั่วโมง

More Articles

© 2025 Sevenstars Corporation Co., Ltd. All Rights Reserved.