
ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารเข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว การคัดกรองบุคลากรที่มีคุณภาพและไว้ใจได้เข้ามาทำงานในองค์กร ถือเป็นความท้าทายสำคัญของฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เป็นอย่างมาก นอกเหนือจากการพิจารณาประวัติต่าง ๆ และทักษะความสามารถแล้ว วิธีตรวจประวัติอาชญากรรมก็ถือเป็นอีกขั้นตอนสำคัญที่ขาดไม่ได้เช่นกัน ในปี 2026 ทั้งนี้ก็เป็นขั้นตอนที่ช่วยสร้างความมั่นใจว่า พนักงานใหม่จะไม่มีประวัติที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อองค์กร บทความนี้ Sevenstars Driver จะพาไปเจาะลึกทุกขั้นตอนและวิธีการตรวจสอบที่อัปเดตล่าสุด เพื่อให้ HR ทำงานได้ง่ายและเป็นมืออาชีพมากที่สุด
การตรวจประวัติอาชญากรรม คืออะไร
การตรวจประวัติอาชญากรรม (Criminal Background Check) คือกระบวนการตรวจสอบข้อมูลบุคคลจากฐานข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ เช่น กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อดูว่าบุคคลนั้นเคยมีประวัติการกระทำความผิดทางอาญา เคยถูกศาลพิพากษาจำคุก หรือมีหมายจับที่ยังติดตัวอยู่หรือไม่ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้องค์กรประเมินความน่าเชื่อถือ และความเหมาะสมของผู้สมัครก่อนตัดสินใจจ้างงานได้
ทำไม HR ยุคใหม่ต้องตรวจประวัติอาชญากรรมก่อนรับเข้าทำงาน?
หลายองค์กรอาจมองว่า กระบวนการนี้เพิ่มขั้นตอนและเวลาในการทำงาน แต่แท้จริงแล้ว การตรวจประวัติอาชญากรรมส่งผลดีต่อภาพรวมของบริษัทในระยะยาวด้วยเหตุผลสำคัญ ดังนี้

ลดความเสี่ยงในการจ้างงานผิดพลาด
การรับพนักงานที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับการทุจริต ฉ้อโกง หรืออาชญากรรมร้ายแรงเข้ามาทำงาน อาจนำมาซึ่งความเสียหายทั้งทางทรัพย์สินและชื่อเสียงของบริษัท การตรวจสอบประวัติล่วงหน้าจึงเป็นการอุดรอยรั่วและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
เพิ่มความปลอดภัยให้กับองค์กรและพนักงาน
พนักงานทุกคนควรได้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย การคัดกรองบุคคลที่มีประวัติอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงหรือยาเสพติด จะช่วยสร้างความอุ่นใจให้กับพนักงานคนอื่น ๆ รวมถึงปกป้องทรัพย์สินของบริษัทจากผู้ไม่หวังดี
ช่วยให้องค์กรตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและเป็นระบบ
ข้อมูลจากประวัติอาชญากรรมเป็นแฟกต์ (Fact) ที่ตรวจสอบได้จริง ช่วยให้ HR และผู้บริหารมีเกณฑ์การตัดสินใจที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่การประเมินจากการสัมภาษณ์เพียงอย่างเดียว ทำให้กระบวนการจ้างงานมีความโปร่งใสและเป็นมืออาชีพ
รองรับข้อกำหนดด้านกฎหมายและนโยบายองค์กร
ในบางธุรกิจหรือบางตำแหน่งงาน กฎหมายหรือข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ห้ามรับบุคคลที่มีประวัติอาชญากรรมเข้าทำงาน การตรวจสอบประวัติจึงเป็นการทำให้องค์กรดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎระเบียบ
ตำแหน่งงานแบบไหนที่ควรตรวจประวัติอาชญากรรม?
แม้ว่าการตรวจสอบประวัติจะเป็นเรื่องดี แต่ก็อาจไม่จำเป็นต้องทำกับทุกตำแหน่งในบริษัทเสมอไป ตำแหน่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ได้แก่
- พนักงานขับรถ ผู้ที่ต้องรับผิดชอบชีวิตผู้บริหาร พนักงาน หรือต้องขนส่งสินค้าที่มีมูลค่าสูง จำเป็นต้องมีความน่าเชื่อถือสูงสุด การคัดเลือกพนักงานขับรถจึงต้องเข้มงวดเรื่องประวัติคดีอาญาและคดีจราจรที่ร้ายแรง
- พนักงานดูแลทรัพย์สิน หรือเกี่ยวข้องกับการเงิน ตำแหน่งที่ต้องจับเงินสด ดูแลบัญชี หรือจัดการทรัพย์สินขององค์กร ต้องตรวจสอบประวัติการฉ้อโกงหรือยักยอกทรัพย์อย่างละเอียด
- พนักงานที่ต้องพบลูกค้า หรือทำงานกับข้อมูลสำคัญ ผู้ที่ถือครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ข้อมูลความลับของบริษัท หรือต้องให้บริการลูกค้าแบบตัวต่อตัว ควรเป็นบุคคลที่ไม่มีประวัติอาชญากรรมที่ขัดต่อความไว้วางใจ
3 วิธีตรวจประวัติอาชญากรรมง่าย ๆ อัปเดตล่าสุดปี 2026
เทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้การทำงานของ HR สะดวกขึ้นมาก สามารถเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมกับบริบทขององค์กรได้ตามนี้

1. ตรวจประวัติอาชญากรรมออนไลน์
ปัจจุบันผู้สมัครสามารถขอตรวจสอบประวัติของตนเองได้ ผ่านเว็บไซต์ของกองทะเบียนประวัติอาชญากร โดย HR สามารถให้นโยบายแก่ผู้สมัครในการเข้าไปทำรายการ ยืนยันตัวตน นัดหมาย และขอรับเอกสารรับรองผลเพื่อนำมายื่นประกอบการสมัครงาน ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะถูกต้องตามระเบียบราชการและผู้สมัครเป็นผู้ดำเนินการเอง
2. เช็กประวัติอาชญากรรมออนไลน์ด้วยชื่อ-นามสกุล
สำหรับองค์กรที่มีการใช้บริการระบบ หรือแพลตฟอร์มตรวจสอบประวัติของภาคเอกชน (Third-party background check services) HR สามารถเช็กประวัติอาชญากรรมออนไลน์ในเบื้องต้น โดยใช้เพียงชื่อ-นามสกุล และเลขบัตรประชาชนของผู้สมัคร เพื่อค้นหาข้อมูลจากฐานข้อมูลสาธารณะ ข้อมูลข่าว หรือฐานข้อมูลศาล
อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ต้องระมัดระวังเรื่องความแม่นยำของข้อมูลกรณีชื่อซ้ำ และต้องทำภายใต้ความยินยอมของผู้สมัครอย่างเคร่งครัด
3. ตรวจประวัติผ่านหน่วยงานหรือบริษัท Outsource
หากบริษัทมีการจ้างงานจำนวนมากและไม่มีเวลาดำเนินการเอง การมอบหมายให้บริษัทที่รับประเมินและตรวจสอบประวัติบุคลากร (Background Screening Company) เป็นผู้จัดการทั้งหมด ถือเป็นทางเลือกที่ช่วยประหยัดเวลาและได้ข้อมูลที่เจาะลึก ครอบคลุมทั้งประวัติอาชญากรรม ประวัติการศึกษา และประวัติการทำงานเดิม
ข้อควรระวังสำหรับการตรวจประวัติอาชญกรรม
การตรวจสอบประวัติเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมาย PDPA หรือพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญที่ HR ต้องตระหนักถึง ทั้งนี้ ก่อนจะดำเนินตรวจสอบประวัติอาชญกรรมก็มีข้อควรระวัง ดังนี้
- หนังสือยินยอม (Consent Form) ที่พนักงานขับรถต้องลงนาม ก่อนเริ่มกระบวนการตรวจสอบใด ๆ HR จะต้องให้ผู้สมัครงานเซ็นเอกสารให้ความยินยอมอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร แจ้งวัตถุประสงค์ในการนำข้อมูลไปใช้ให้ชัดเจนว่า เพื่อประกอบการพิจารณารับเข้าทำงานเท่านั้น
- บทลงโทษหากบริษัทนำข้อมูลส่วนบุคคลมาเผยแพร่ กรณีนี้ยังรวมถึงการใช้งานผิดวัตถุประสงค์ หาก HR หรือองค์กรนำข้อมูลประวัติอาชญากรรมของผู้สมัครไปเปิดเผยให้บุคคลที่สามรับรู้โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือนำไปใช้ในทางที่ทำให้ผู้สมัครเสื่อมเสียชื่อเสียง องค์กรอาจต้องรับโทษทั้งทางแพ่งและทางอาญาตามกฎหมาย PDPA รวมถึงค่าปรับที่สูงมาก
ทางเลือกที่ดีกว่า! จ้างพนักงานขับรถจาก Sevenstars Driver ไม่ต้องวุ่นวายเรื่องตรวจประวัติเอง
สำหรับองค์กรที่ต้องการพนักงานขับรถผู้บริหาร หรือพนักงานขับรถส่วนกลาง แต่ไม่อยากปวดหัวกับขั้นตอนการสัมภาษณ์ที่ยุ่งยากและเสียเวลาไปกับการตรวจสอบประวัติด้วยตัวเอง การเลือกใช้บริการจากบริษัท Outsource พนักงานขับรถอย่าง Sevenstars Driver คือคำตอบที่ใช่ที่สุด! เพราะเรามีทีมงานมืออาชีพที่ผ่านการคัดกรอง ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม และประวัติการขับขี่มาแล้วอย่างเข้มงวด พร้อมให้บริการทันที ช่วยให้ HR ลดภาระงานเอกสาร และมั่นใจได้ว่าจะได้พนักงานขับรถที่มีมารยาทดี ปลอดภัย และไว้ใจได้สูงสุด

สรุปบทความ
การตรวจสอบประวัติอาชญากรรมก่อนรับพนักงานเข้าทำงาน เป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่ช่วยให้องค์กรลดความเสี่ยงจากการจ้างงานที่ผิดพลาด สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย และยกระดับมาตรฐานการคัดเลือกบุคลากรให้มีความเป็นมืออาชีพ ไม่ว่าจะใช้วิธีให้ผู้สมัครไปขอประวัติเอง หรือใช้ระบบออนไลน์ HR ต้องไม่ลืมที่จะดำเนินการภายใต้กฎหมาย PDPA อย่างเคร่งครัด และสำหรับตำแหน่งที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูงอย่างพนักงานขับรถ การเลือกใช้บริการจาก Outsource ที่มีมาตรฐานก็เป็นทางลัดที่ช่วยให้องค์กรได้คนคุณภาพโดยไม่ต้องเปลืองแรงเลย!
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
หากมีประวัติอาชญากรรมจะถูกลบได้หรือไม่? และใช้เวลานานแค่ไหน?
ตามโครงการลบประวัติ ล้างความผิด คืนชีวิตให้ประชาชน ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากเป็นคดีที่ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง อัยการสั่งไม่ฟ้อง หรือผู้กระทำผิดได้รับการล้างมลทินตามกฎหมาย ประวัติอาชญากรรมเหล่านั้นจะถูกคัดแยกและไม่แสดงในผลการตรวจสอบประวัติทั่วไป (ลบออกจากทะเบียนประวัติอาชญากร) กระบวนการนี้อาจใช้เวลาดำเนินการตามระบบของหน่วยงานรัฐ แนะนำให้ผู้ที่มีรายชื่อติดต่อกับกองทะเบียนประวัติอาชญากรเพื่อตรวจสอบสิทธิของตนเอง
การตรวจประวัติอาชญากรรมต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลหรือไม่?
ต้องขอความยินยอมเสมอตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) องค์กรไม่สามารถแอบตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้สมัครงานได้โดยพลการ ผู้สมัครจะต้องลงนามในหนังสือให้ความยินยอม (Consent Form) ที่ระบุวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบอย่างชัดเจนก่อนทุกครั้ง
หากพนักงานมีประวัติคดีจราจร ถือเป็นประวัติอาชญากรรมที่ร้ายแรงไหม?
คดีจราจรทั่วไป เช่น ฝ่าฝืนกฎจราจร จอดรถในที่ห้ามจอด มักไม่ถูกบันทึกว่าเป็นประวัติอาชญากรรมที่ร้ายแรง แต่หากเป็นคดีจราจรที่เกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เช่น เมาแล้วขับ ขับรถชนคนตาย หรือขับรถหลบหนีการจับกุม คดีเหล่านี้จะถูกบันทึกในประวัติอาชญากรรม และถือเป็นข้อห้ามสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผู้สมัครกำลังสมัครในตำแหน่งพนักงานขับรถ




